Kasama Vidhayasai

i'm strong on the surface, not all the way through…

สมองเสื่อม ลมปรานอ่อนแรง March 30, 2009

Filed under: Diary — kasamav @ 4:35 pm
 
ช่วงนี้รู้สึกว่าการทำงานเชื่องช้าลง ไม่เป็น multi-tasking เหมือนเมื่อก่อน
คงเพราะเปลี่ยนที่ทำงาน และวัยที่ร่วงโรย ไม่ใช่เด็กรุ่นใหม่ไฟแรงอีกต่อไป
ความกระตือรือร้นที่จะออกกำลังกายก็แทบจะเป็นศูนย์
ต้องพยายามบังคับตัวเอง แต่ก็ทำได้ยากเพราะเริ่มติด serie และเกมโชว์ขำกลิ้ง
 
อยากทำอะไรง่ายๆ และพักผ่อนเยอะๆ
มีความสุขกับชีวิตมากกว่าทะเยอทะยานหาความก้าวหน้า
ความคิดเรื่องเรียนต่อยังอยู่ ก็ได้แต่หวังว่ามันจะช่วยจุดประกายความคิดและพัฒนาสมองที่ฝ่อลงทุกวัน
 
เจอหน้าเพื่อนก็คุยกันแต่เรื่องลางานไปเที่ยว และนัดไปเมากันวันไหนดี
งานไม่ด่วนไม่ทำ ดองไว้จนกว่าจะได้ตื่นตัวเพราะไฟลนก้น
เจ้านายมองหน้าก็ไม่สะทกสะท้าน ถ้าไม่อยู่ใน Job Description ก็อย่าหวังว่าจะเสนอหน้าไปทำ
 
คิดแล้วก็ให้เบื่อหน่ายตัวเอง แต่ก็ยังมีความสุขกับชีวิตต่อไปแบบไม่รู้สึกผิด
ทำไงถึงจะกลับเป็นคนเดิมได้เนี่ยยยย…
 

 
Advertisements
 

to the world you might be one person, but to one person you might be the world… February 9, 2009

Filed under: Diary — kasamav @ 11:07 pm
 
"อิจฉาพวกดวงดาวจัง"
ยองบุนแหงนมองดาวตามซองฮวา
ดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า
เหมือนลูกแก้วต้องประกายแดดส่องแสงแวววาว
 
"พวกหมู่ดาวนี่ดีจังเลยเนอะ
ได้อยู่ด้วยกันสว่างไสวเต็มท้องฟ้า
แข่งกันส่องแสงระยิบระยับอย่างมีความสุข
โดยไม่ต้องแยกจากกันเลย"
 
"ก็ไม่แน่หรอก
ดูอย่างในหนังสือเทพนิยายสิ
บางครั้งเทพเจ้าก็ลงโทษดวงดาวที่ไม่ดีให้ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์
ต้องถูกแยกจากเพื่อนดวงดาวด้วยกัน…"
 
"เราก็คงคล้ายๆ กับดวงดาวพวกนั้นมั้ง
ที่โดนลงโทษให้แยกจากกัน…
จริงไหม..?"
 
  
 
ไปอ่านที่ "ร้านเล่า" มา ชอบจัง
 
…  ……….
………
 
ถ้าวันนี้เราต้องแยกจากกัน…
ก็ขอให้รู้ไว้นะว่ายังคิดถึงตลอดเวลา…
 
 

 
 

“อยากเป็นหมา” January 19, 2009

Filed under: Diary — kasamav @ 9:56 pm
 
ช่วงนี้เห็นใครๆ ก็ฮิตเลี้ยงน้องหมากันจัง
น้องหมาพวกนี้ล้วนได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี
มีเสื้อผ้าสวยๆ มีของเล่น มีอาหาร มีที่นอน
 
อยากเป็นหมาพันธุ์ดีมีเจ้าของเลิศๆ
อยากเห่า อยากวิ่งเล่น อยากกินอะไรก็ได้ดั่งใจทุกอย่าง
 

เป็นหมาไม่ต้องฝืนใจทำงานที่ไม่อยากทำ

ไม่ต้องอกหักเพราะหมารุ่นใหม่เค้านิยมทำหมัน
 
ไม่ต้องดิ้นรนทำงานเก็บตังค์เพื่ออนาคตและการอยู่รอด
อายุขัยก็สั้นไม่ต้องทนกับโลกที่โหดร้ายนานหลายสิบปี
 
อยากเป็นหมาจะได้ไปวิ่งเล่นไล่ผีเสื้อในทุ่งกว้างๆ
อยากกระโดดงับอากาศ อยากให้ใครๆ กอด
อยากชวนเพื่อนแก๊งหมาประจำซอยออกมาเล่นด้วยกัน
 
อยากวิ่งไปเรื่อยๆ ให้ลมพัดจนหูปลิวตาตี่
ลิ้นยาวๆ แลบออกมาหอบหายใจแฮ่กๆ
 
 
เหนื่อยจัง…
 
…แต่สนุกที่สุดเลย…
 
 
 
 

ส่งท้ายปี December 29, 2008

Filed under: Diary — kasamav @ 10:42 pm
 
ปีนี้คงจะเป็นช่วงเวลาปลายปีที่เหนื่อยที่สุดในความทรงจำ
มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
 
ทั้งเรื่องงาน
เรื่องครอบครัว
เรื่องเพื่อน
เรื่องคน…
 
เพราะอยากทำให้ได้ทุกอย่าง
อยากให้ทุกคนพอใจ
 
งานก็อยากให้ออกมาดี 
ครอบครัวก็อยากให้ปรองดอง
เพื่อนก็อยากให้หัวเราะด้วยกันดังๆ
 
ทำยังไงดี
อยากให้ทุกคนมีความสุข
แต่ทำไม่ได้
 
บางทีมันก็ไม่ใช่ตัวเรา
บางครั้งก็ไม่อยากฝืนใจ
ทำยังไงถึงจะดีที่สุดนะ
 
พยายามมากไปจนสะดุดขาตัวเองบ้าง
สะดุดขาคนอื่นบ้าง
อาจมีคนไม่พอใจ
 
ความรู้สึกที่เก็บไว้มันเริ่มจะล้นออกมา
กลั้นไว้ไม่อยู่
 
เวลาที่เหลืออยู่ก่อนเริ่มเค้าท์ดาวน์

ขอพักก่อนนะ
 
ปีนี้เหนื่อยจังเลย…
 
 
 
 

ภาวะไร้ตัวตน… December 9, 2008

Filed under: Diary — kasamav @ 1:31 pm
 
เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาไปเที่ยวเกาะสีชังกับครอบครัว
ปกติถ้าไม่ไปเที่ยวกับที่บ้านก็ไปกับเพื่อน
ซึ่งพ่อกับแม่จะชอบพาไปแคมปิ้งตามอุทยานแห่งชาติ
 
แต่ไปคราวนี้ไม่เหมือนทุกที กลายเป็นเราเป็นคนจัดการทุกอย่าง
ทั้งหาข้อมูล จองโรงแรม และวางโปรแกรมการเดินทาง
 
แต่ละวันที่ผ่านไปเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นบุคคลที่ 3 เข้าไปทุกที
พ่อกับแม่เค้าก็สวีทกันแบบคงเส้นคงวา ปกติเราก็คุยเล่นกับพี่ชายไป แต่เที่ยวคราวนี้พี่ชายไปกับพี่สะใภ้
ก็ได้แต่ถ่ายรูปให้ทั้งสองคู่บ้าง หรือไม่ก็ทำตัวลีบๆ พยายามไม่เป็นก้างขวางใคร
 
เวลาถ่ายรูปหรือเวลาว่าง ก็ไม่ค่อยมีใครชวน เราก็ถ่ายรูปตัวเองหรือไปเดินเล่นคนเดียว
เช่ามอเตอร์ไชค์เค้าก็ช้อนกันเป็นคู่ แวะถ่ายรูปกันเป็นคู่ ส่วนเราก็คอยมองหาเอาเองว่าถูกทิ้งไปช่วงไหน
 
รู้อยู่เหมือนกันว่าไม่ควรคิดมากเพราะนี่ก็ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น

แม่ก็คงรู้ว่าเราเหงา พยายามเรียกไปถ่ายรูปด้วยกันบ้าง

แต่บางทีก็เหมือนเราไม่มีตัวตนอยู่บนโลก เป็นบุคคลที่โลกลืม และการหายสาบสูญไปของเราก็คงไม่มีใครสังเกตเห็น
 
เข้าใจความจริงที่ว่าทุกคู่รักล้วนมีโลกส่วนตัวที่บุคคลที่ 3 เข้าไม่ถึง
พ่อกับแม่ก็ขับรถจู๋จี๋กันไป เราก็นั่งรถอีกคันไปกับพี่ชายและพี่สะใภ้
บางทีก็แกล้งทำเป็นหลับหรือไม่ก็มองไปนอกหน้าต่างเวลาเค้าจับมือหรือหยอกล้อกัน (เด็กขี้อิจฉาตัวจริงเสียงจริง)
 
วันนี้มาทำงานเจอเจ้าหน้าที่หลายคนที่ติดต่อกันทางอีเมลบ่อยๆ
เรารู้ว่าพวกเค้าเป็นใคร แต่เค้ารู้จักเราแค่ทางอีเมล
นี่มันยุคไร้ตัวตนจริงๆ ด้วยแฮะ
 
ไม่มีใครสนใจแล้วว่าคนที่เขียนอีเมลมามีตัวตนอยู่จริงมั้ย
และถ้าเราหายไปก็ไม่มีใครแคร์ ชื่อของเราจะยังคงอยู่ในรายชื่ออีเมลนั้นต่อไปอีกเป็นปีๆ โดยไม่มีใครรู้ว่าเราไม่อยู่แล้ว
 
เรารู้จักคนเยอะ แต่เราไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วเรามีตัวตนอยู่จริงๆ ในใจของใครบ้าง
ใครบ้างที่เข้าใจว่าเรามีความรู้สึก เรามีชีวิตส่วนตัว และเรามีเวลาที่เงียบเหงาไม่มีใคร
แค่หนึ่งคนที่มองเห็นตัวตนของเราจริงๆ ก็มีความหมายมากกว่า 100 คนที่รู้จักเราแบบไร้ตัวตน…
 
 

คนดีตายหมดแล้ว December 1, 2008

Filed under: A LoVE StoRy — kasamav @ 10:44 pm
 
ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ มีพี่ที่ทำงานมาชอบทั้งๆ ที่เค้าก็ดูเหมือนจะมีแฟนอยู่แล้ว
ไอ้เราก็ความรู้สึกช้า กว่าจะรู้ตัวอีกทีเค้าก็เลิกกับแฟนมาจีบเราแบบรุกเกินร้อย
ทำไงดีอยากลองคบดู อืม…
ไปบอกคนที่บ้านขอห่างๆ กันซักพักดีกว่า (เลวจริงๆ ขอโทษนะ…)
 
คบไปคบมาท่าทางจะต่อกันไม่ติด อยู่ด้วยแล้วเกร็ง
คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แป๊บเดียวก็ลงเอยด้วยการทะเลาะกันแทบทุกที
ไม่ถึงปีก็จบกันไป…
 
ไม่กี่ปีผ่านไป มีคนผ่านมาบ้างผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนนินจา หาความแน่นอนไม่ได้ซักคน
จนเมื่อหลายเดือนก่อน มีคนจากที่ทำงานเก่าชอบโทรมาหาเวลาเมา
อยู่ไปอยู่มาก็บอกว่าชอบ อยากเจอ เลิกกับแฟนแล้ว
อืม… ก็ดีนะ ตอนทำงานด้วยก็สนิทกัน
 
ผ่านไปสามเดือน ไปเที่ยวแคนาดากลับมา
บอกว่าคืนดีกับแฟนแล้ว กำลังจะย้ายไปอยู่ลอนดอนด้วยกัน เราสองคนกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ
อืม… เรื่องงี้มันเกิดขึ้นเร็วจนตั้งตัวแทบไม่ทัน
 
ไอ้เราก็เป็น passive voice ตลอด
ความรู้สึกและสมองทำงานช้า โง่ทุกที
อ่ะ อ่ะ ได้ เป็นเพื่อนกันก็ได้ มึนๆ ไป
 
ประมาณสองเดือนก่อน ไปงานแต่งงานเพื่อน
เจอเพื่อนของเพื่อนที่ดูเป็นคนดี เทคแคร์ทุกคน มากับแฟนก็ดูน่ารักเหมาะสมกันดี
ยังพูดกับเพื่อนเลยว่า คนนี้ดูน่ารักดี
 
ไปๆ มาๆ คนน่ารักคนนั้นมาบอกว่ารักเรา
อืม งงอีกแล้ว
โทรไปถามเพื่อน ตกลงมันใช่คนที่มีแฟนแล้วคนนั้นใช่ป่าว(วะ)???
 
เพื่อนบอกว่าใช่ แต่เค้าเป็นเพื่อนที่ดี คบไว้ก็ไม่เสียหาย
ได้ๆ ดูท่าทางเค้าก็เป็นคนดีอยู่
ไปๆ มาๆ มันมากกว่าความเป็นเพื่อน…
 
ทำไงดีวะ? ปัญหาเริ่มตามมามากมาย
พอเหอะ จบดีกว่า ไม่อยากทำร้ายใคร
เป็นเพื่อนกันนะ แล้วบอกให้แฟนสบายใจได้แล้ว
 
ที่ผ่านมา ที่เคยโกหกกัน น้องเค้าเล่าให้ฟังแล้ว
ไม่เป็นไร อโหสิให้ งงไปหมด ไม่รู้จะเชื่อใคร
เหนื่อยจัง เห็นใจกันหน่อย  
 
คนดีๆ ที่จริงใจไม่โกหกกันมันช่างหายากจริงๆ
ผู้ชายดีๆ ไม่มีไม่เป็นไร
แต่ใครมียันต์กันคนใจร้าย ช่วยส่งมาให้ที…
 
  
 

THE END

Filed under: A LoVE StoRy — kasamav @ 3:30 pm
 
วันนี้มีน้องคนนึงโทรมาหา อยากจะเคลียร์เรื่องที่คาราคาซังกันอยู่
ดีเลย อยากคุยอยู่เหมือนกัน เพราะเหนื่อยแล้ว
ไม่รู้อันไหนเรื่องจริง อันไหนเรื่องโกหก
 
เค้าถามอะไรมาเราก็บอกความจริงไป
ชั่วโมงนี้ไม่อยากจะคิดซับซ้อน
เค้าพูดจริงไม่จริงไม่รู้ แต่เราไม่ชอบโกหกอยู่แล้ว ขี้เกียจมานั่งจำ
 
หวังว่ามันจะจบๆ ไปซะที
ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
รู้แต่ว่าท่าทางจะจบแล้วจริงๆ
 
ไม่อยากให้รู้สึกไม่ดีต่อกัน ไม่ชอบสร้างศัตรู
คนเรามีข้อดีข้อเสียกันทั้งนั้น และเราก็ยอมรับในความเป็นเพื่อนได้เสมอ
เพราะเพื่อนก็เข้าใจเรา
 
อยากให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดี อย่าโกรธกันเลย
ขอให้เวลาช่วยพัดผ่านไป
แล้วค่อยกลับมาเป็นเพื่อนกันใหม่ ด้วยความรู้สึกดีๆ …