Kasama Vidhayasai

i'm strong on the surface, not all the way through…

I luv BC July 27, 2008

Filed under: Travel — kasamav @ 4:22 pm
 
ไปแคนาดาครั้งนี้ ประทับใจเมือง Vancouver มากที่สุด
เพราะความเป็น multi-nationality city ที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกันได้
 
มองไปทางไหนก็ไม่รู้สึกแตกต่าง มันเหมือนอยู่บ้าน
มีทั้งคนหน้าจีน หน้าแขก หน้าฝรั่ง
 
ปกติไปที่ไหนมีแต่หลงทาง แต่อยู่ Vancouver ไม่มีหลง
ผังเมืองแสนง่าย ถนนหนทางไม่ซับซ้อน
 
อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ อยากกินแบบไหน ชาติอะไรมีให้เลือกหลายราคา
ภูมิประเทศก็มีทั้งทะเลและภูเขา อากาศก็ดี ได้ยินว่าฤดูหนาวก็ไม่ค่อยหนาวเท่าเมืองอื่นๆ ในแคนาดา
 
ฝรั่งบางคนที่เจอเรียกชาวอินเดียนแดงซึ่งเป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิมว่า "the first nation"  บางคนเรียก "the Indian"
ทุกวันนี้ Vancouver มีประชากรประมาณ 2 ล้าน เป็น immigrants มากกว่า 7 แสนคน และเราก็อยากเป็นหนึ่งในนั้น
 
คำถามยอดฮิตหลังจากทักทายคนแปลกหน้าคือ "Where are you from?"
คิดว่าคงมีการเหยียดผิวบ้าง ตามแต่การเลี้ยงดูและ personal perception
 
รู้สึกอยากไปอยู่เมืองนี้จังเลย ไม่ได้คิดไกลขนาดไปอยู่ตลอดชีวิต
แค่ลองไปทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นดูซักพัก แต่ไม่รู้ทำไงถึงจะไปได้ เพราะอยากทำงานแบบถูกกฎหมาย
ถ้ามีตังค์ก็อยากเรียนต่อไปด้วย แต่แค่ผ่อนคอนโดก็คงหมดแล้ว
หาอะไรใหม่ๆ ทำ เปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม…
 
…นี่มันยังอยู่ในช่วง quarter life crisis หรือป่าววะ?!?
 
 
 

HKG International Airport July 23, 2008

Filed under: Travel — kasamav @ 5:52 am
 
ใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนสนามบินฮ่องกง ขอแนะนำว่าต้องไปชิมก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยที่ Gate D65
ไม่ต้องกลัวหาไม่เจอเพราะละแวกนั้นมีร้านเดียวที่ขายบะหมี่
กลิ่นน้ำซุปหอมหวานจะโชยมาเตะจมูกทั่วบริเวณนั้นเลย เดินตามกลิ่นไปไม่มีหลง
 
หน้าร้านมีรูปบะหมี่ชามนี้เป็น recommended menu อยู่แล้ว
เลือก Beef noodle in heavy soup จะได้ซดน้ำซุปเข้มข้นกว่า clear soup
เนื้อเปื่อยนุ่มกำลังดี เส้นหนึบๆ ซุปร้อนๆ อร่อยเด็ดจริงๆ ราคาก็ไม่แพงแค่ HKD 58
 
Beef lover ห้ามพลาดเด็ดขาด!!!
 
 
 
 

They called it “Washroom” July 22, 2008

Filed under: Travel — kasamav @ 9:59 pm

 
การไปเที่ยวแคนาดาครั้งนี้ทำให้ได้ใช้ภาษาอังกฤษแบบเต็มร้อย และได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย
ตอนไปถึงแรกๆ ก็งงๆ นิดหน่อย เพราะเค้าเรียกห้องน้ำว่า "Washroom" ไม่ใช่ "Restroom" หรือ "Bathroom"
 
ไปนั่งในร้านอาหารแอบได้ยินฝรั่งโต๊ะข้างๆ ถามพนักงานในร้านว่า "Excuse me, where’s the bathroom?"
ผู้ชายที่มากับเธอรีบพูดว่า "Honey, they called it Washroom."
"Oh yeah hahaha, sorry, where’s the WASHROOM?"
 
อืม… แปลกดี แต่เราก็ต้องปรับตัวด้วยการเรียกมันว่า "Washroom" ทุกครั้งที่พูดถึงห้องน้ำ
แม้แต่ฝรั่งด้วยกันยังงง ถือว่าเราปรับลิ้นได้เร็วนะเนี่ย เพราะไม่เคยพูดผิดเลยล่ะ!!!
 

 

เวียดนาม ภาค 2 December 16, 2007

Filed under: Travel — kasamav @ 1:28 pm
 
ไปเวียดนามคราวนี้ นอกจากจะได้ตะลอนทัวร์แล้ว
ยังได้พิสูจน์สัจธรรมที่ว่า "สังขารไม่เที่ยง" ด้วย
 
เพราะพอเข้าช่วงวันท้ายๆ สามสาวต่างพากัน "ยม"
หมดพลัง ตามด้วยอาการปวดหัว เจ็บคอ ปวดเมื่อยไปหมด
และโรคประจำตัวของเราก็มาเยือน… ปวดท้องคร้าบ
 
โชคดีที่เจี๊ยบมียาดี ได้ "แอร์-เอ็กซ์" รสส้มช่วยชีวิตไว้
 
"ยาเนี่ยะ… พี่xx พาเราไปซื้อเลยนะ" เจี๊ยบบรรยายที่มาของยา
"ตอนเราปวดท้องเค้าพาไปซื้อยา แต่ตอนปวดใจเค้าไม่พาไปซื้อว่ะ"
 
โอววว… ประโยคนี้ได้ใจกรูไปเลยเจี๊ยบ  
บางคนบอกว่า เวลาช่วยรักษาได้ แต่เราซื้อเวลาไม่ได้
และสำหรับเรา นี่ก็ผ่านมาครบปีแล้ว ทำไมยังไม่หายหว่า?!?
 
ไม่อยากให้เป็นโรคเรื้อรัง
อยากเริ่มต้นใหม่ หันไปสนใจคนอื่นซะที
 
"ขอยาแก้ปวดใจหน่อยสิ…"
 
 
 
 

เวียดนาม ภาค 1 December 10, 2007

Filed under: Travel — kasamav @ 11:06 pm
 
"ตกลงเราต้องจ่ายคืนโบว์กี่แสนนะ???"
 
วันแรกที่ไปถึงฮานอยรู้สึกว่ารวยอู้ฟู่ขึ้นมาทันตาเห็น
เอาเงินไทยไปแลกแค่ห้าพัน ถือเงินกลับโรงแรมเกือบ 2 ล้าน!!!
 
นั่งกินข้าวข้างถนน แบบว่าก๋วยเตี๋ยวถ้วยเดียวก็เกือบ 20,000 ดอง
น้ำขวดละไม่ต่ำกว่า 5,000 ทิปทีห้าหมื่นบ้าง สองแสนบ้าง ป๋าจิงๆ 
 
ขอสารภาพว่าไม่เคยมีวันไหนนั่งคิดทบทวนเรื่องเงินเลย ปวดหัว เลขศูนย์เยอะจัง
ได้เงินทอนมาแทบไม่เคยนับ ไม่รู้โดนเม้มไปบ้างป่าว แต่ก็ถือว่าทำบุญละกัน
 
โชคดีที่มีเจี๊ยบและโบว์เป็นที่พึ่ง คอยหารคอยจดไม่งั้นคงละลายไปหลายล้าน
รวมๆ แล้วทริปนี้ใช้เงินไปสองล้านกว่า (ดอง) หรือเกือบหมื่น (บาท) เอง
 
เข้าใจแล้วว่าคนรวยเค้ารู้สึกไง
เวลาเงินไม่ขาดมือ มันใช้ง่ายจ่ายคล่องจิง จิ๊งงงงงงงง
 
 

 
 

เกาะล้าน May 1, 2007

Filed under: Travel — kasamav @ 1:07 am
 
ดีใจ… ที่ได้หัวเราะจนต้องนวดกราม
 
ดีใจ… ที่ได้ไปเที่ยวจนเหนื่อย <ดีกว่าทำงานจนเหนื่อยเยอะเลย>
 
ดีใจ… ที่ได้เห็นเพื่อนๆ สนุกสนาน
 
ดีใจ… ที่ได้ทำอย่างที่ใจต้องการ <และกินทุกอย่างที่ปากต้องการ>
 
ดีใจ… ที่มีเพื่อนอยู่บนโลกใบใหญ่ <เกินไป> ใบนี้…
 
 
…ที่จริงมันไม่สำคัญเลยว่าเรารู้จักกันมานานแค่ไหน
สิ่งที่สำคัญคือพวกเรารู้จักกันดีแค่ไหนต่างหาก
 
ขอบคุณจริงๆ นะเพื่อน… ที่รู้จักเราดียิ่งกว่าใคร และยอมรับเราในแบบที่เราเป็น
ขอบคุณที่เข้าใจตัวตนของเรา และเป็นเพื่อนกันเสมอมา…
 
รักนะ…
 
 
 
 

เกาหลี… April 18, 2007

Filed under: Travel — kasamav @ 7:09 pm
 
การไปเกาหลีเมื่อ 7 – 15 เมษาที่ผ่านมา เป็นการเดินทางไปต่างประเทศคนเดียวครั้งแรกในชีวิต
เป็นประสบการณ์ที่ดี และมีเรื่องราวที่น่าจดจำมากมาย
 
ทั้งความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม การวางตัว อาหารการกิน ทุกอย่างต้องเรียนรู้เอง
ไม่มีใครคอยบอกเพราะเราก็โตแล้ว ไม่มีพ่อแม่หรือเพื่อนซี้มาคอยดูแลช่วยเหลืออยู่ข้างๆ
 
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เมื่ออยู่กับเพื่อนๆ เราจะมองเพื่อนเป็น ‘unisex’ คือไม่มีการแยกแยะหรือใส่ใจว่าใครเพศไหน
การปฏิบัติตัวกับเพื่อนก็เท่าเทียมกันหมด อาจจะมีความเกรงใจมากน้อยต่างกันบ้างนิดหน่อยตามแต่ความหนิดหนม
 
แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีเพื่อนเตือนเราว่า "อย่าไว้ใจผู้ชาย ถึงจะเป็นเพื่อนกันก็เถอะ"
เราหยุดคิดและงงไปเล็กน้อย เพราะไม่เคยมองเพื่อนในแง่นั้น
 
ที่สำคัญคนที่บอกเราก็เป็นเพื่อนผู้ชายที่เพิ่งจะรู้จักกันด้วย
และเค้าก็เป็นเพื่อนที่ดีมาก ถึงได้เตือนเราด้วยความหวังดี
 
กับเพื่อน… เราไว้ใจแบบไม่เคยหยุดคิดอะไรแบบนี้มาก่อน
มีอะไรก็เล่าให้ฟัง ชวนไปไหนก็เฮกันไป กินด้วยกัน นอนด้วยกัน กอดคอกันไป กี่โมงกี่ยาม ขอให้บอก
ยิ่งสนิทยิ่งไม่มีเงื่อนไขและความแตกต่างใดๆ ทั้งสิ้น
 
แต่เมื่อเร็วๆ นี้อีกเหมือนกัน ที่เราได้เรียนรู้ว่า
ที่เพื่อนบอกเรานั้น มันจริงซะยิ่งกว่าจริง
 
เพื่อนผู้ชายบางคนก็ไว้ใจไม่ได้
เราอาจจะคบกันแบบเพื่อน แต่อารมณ์ทางเพศมันคงควบคุมยาก
ไม่ว่าเราจะทำอะไรมันก็อาจทำให้เพื่อนประเภทนี้คิดไปไกลเกินกว่าที่เรารู้
 
เราอาจไม่ได้ตั้งใจ และเพื่อนก็คงไม่ตั้งใจ
แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า unisex เป็นทฤษฎีที่ใช้ไม่ได้กับเพื่อนทุกคน…