Kasama Vidhayasai

i'm strong on the surface, not all the way through…

ASEAN Community ประชาคมอาเซียน December 30, 2013

Filed under: Organizations — kasamav @ 11:00 am
Tags: ,

เห็นสื่อไทยพูดกันแต่เรื่อง AEC (ASEAN Economic Community) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จนทำให้กลายเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนทั่วไป อยากบอกให้สื่อพวกนี้ศึกษาให้ถ่องแท้และทำหน้าที่ให้สมบูรณ์กว่านี้ เข้าใจว่าสื่อบางประเภทอาจจะมีข้อจำกัดในการสื่อสาร แต่ถ้านำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วนกว่านี้ได้ก็คงดี

AEC เป็นแค่ส่วนหนึ่งภายใต้แนวคิดหลัก คือ ASEAN Community ประชาคมอาเซียน ที่ต้องการให้ทุกคนในภูมิภาคนี้รู้สึกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แชร์ความเหมือนและความต่างกันอย่างสร้างสรรค์ ดูง่ายๆ จาก motto หรือคำขวัญของ ASEAN ที่ว่า “One Vision One Identity One Community” ไม่มีส่วนไหนของ motto ที่พูดเรื่องประชาคมเศรษฐกิจ แต่เน้นที่ความคิดและตัวตนของคนในภูมิภาคที่เป็นหนึ่งเดียวกัน อยากให้สื่อมวลชนไทยสนใจเรื่องศิลปวัฒนธรรมและความเป็นอยู่มากกว่าจะเน้นแต่เรื่องการแข่งขันกันค้าขาย เพราะมันไม่ได้ช่วยสนับสนุนให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนในภูมิภาคเลย…

Image

http://www.aseansec.org/

 

Client Service August 10, 2008

Filed under: Organizations — kasamav @ 3:07 pm
 
ตั้งแต่มาทำงานที่เอเจนซี่แห่งนี้ ก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมายที่นำมาทั้งความเครียดและความอ่อนเพลีย
เริ่มตั้งแต่ตอน 2 ทุ่มกว่าๆ ของคืนก่อนเช้าวันแถลงข่าว เมื่อลูกค้าโทรมาบอกให้หาซื้อสเปรย์สีขาวแบบที่ลบออกได้
เพื่อนำไปให้พรีเซ็นเตอร์ชื่อดังใช้ต่างปากกาเซ็นต์ชื่อบนรถยนต์รุ่นใหม่ของลูกค้า
 
ตอนแรกคิดว่าของหมูๆ แค่เดินไป B2S ก็จบ ปรากฎว่าของที่เคยเห็นมีอยู่ที่ B2S กลับหมดสต็อกและทางร้านก็ไม่มีนโยบายจะสั่งมาเพิ่ม
เลยต้องรีบทำเวลาก่อนห้างฯ ปิด ตระเวณเข้า-ออกห้างฯ โน้นห้างฯ นี้อยู่นานกว่าจะได้ของให้ลูกค้า
กว่าจะได้กลับบ้านก็ 4 ทุ่มกว่า พร้อมเหงื่อท่วมตัวและหน้าสุดโทรมเพราะหมดแรง
 
ต่อมาก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกค้าตอนเที่ยงคืน โทรมาบรรเจิดเรื่องไอเดียที่เพิ่งคิดได้ และการบ้านที่อยากให้เรานำไปสานต่อ
อย่าถามว่าทำไมถึงรับโทรศัพท์ เพราะคุณลูกค้าใช้เบอร์ใครไม่รู้โทรมา เลยไม่รู้ว่าใคร
นึกว่าพี่ชายเปลี่ยนเบอร์อีกแล้ว หรือใครมีเรื่องคอขาดบาดตาย
 
ล่าสุดโดนลูกค้าต่อว่าเรื่องทำรายงานการประชุมไม่ละเอียด ทำไมไม่มีเรื่องของการอัญเชิญพรีเซ็นเตอร์สาวชื่อดังมาร่วมงาน
ไอ้เราก็ทำหน้าเอ๋อ เอ๊ะ! ตกลงคุณพี่มีงบที่จะเชิญ she มาเหรอคะ? เลยโดนด่าซ้ำอีกรอบ…
กลับออฟฟิศไปรายงานหัวหน้าแบบงงๆ หัวหน้าซึ่งก็อยู่ในที่ประชุมนัดเดียวกันทำหน้าเอ๋อแล้วถามว่า ตกลงเค้ามีงบจ้างพรีเซ็นเตอร์ด้วยเหรอ???
อ้าว สรุปว่าคุณลูกค้านั่งฝันไปเองว่าได้มีการตกลงพูดคุยกันแล้ว ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
 
แล้วเราจะทำอะไรได้เล่า ก็ชื่อแผนกที่เราสังกัดมันก็บอกอยู่แล้วว่า "Client Service"
งั้นเก็บเงินไปเรียนต่อดีกว่า ไปเสิร์ฟอยู่เมกาหรือประเทศไหนๆ ก็ได้ทั้งนั้น
ไม่เห็นต้องสนใจที่ใครๆ บอกว่าเป็น Account Manager แล้วจะทิ้งไปทำไม
มันก็แค่หัวโขนที่คนอื่นตั้งให้ ไปเรียนเพิ่มดีกรี จะได้เลิกเป็น Client Service ซะที
 
 
 

พูดกันดีๆ ก็ได้ May 23, 2007

Filed under: Organizations — kasamav @ 11:46 pm
 
ช่วงนี้ทำงานเจอลูกค้าบ่นว่ามากมาย
ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของเรา แต่เป็นความงี่เง่าของคนอื่น
เจ้านายก็เข้าใจและบอกว่าอย่าไปใส่ใจ
แต่ก็อดเอากลับมาคิดไม่ได้ ว่าทำไมคนทำงานเดี๋ยวนี้เค้าไม่พูดกันดีๆ
 
มีลูกค้าคนนึงพูดประมาณว่า "this is unacceptable, not professional at all"
ตามมาด้วย complain มากมายจนหูแฉะ ขอโทษแล้วขอโทษอีก แต่ท่าทางเค้าจะไม่ได้ฟัง
เฉ่งแหลก เรื่องเล็กๆ แต่ไม่รู้เค้าไปกินรังแตนมาจากไหน???
 
มันก็มีปัจจัยหลายอย่าง— เพราะเราเด็กกว่าเค้า
เค้าเลยมองข้ามหัวเราไปตั้งแต่แรกโดยไม่สนใจจะหันมาดูเรื่องความสามารถหรือความถูกต้อง
เพราะเค้าคงรู้ว่าจะไป complain เป็นภาษาอังกฤษสู้เจ้านายเราไม่ได้แน่
และเพราะเค้าคงอยากโชว์ power ตามประสาคนวงการนี้ทั่วๆ ไป
 
ถ้าเค้าลองคิดให้มันกว้างๆ และไกลๆ กว่านี้อีกนิด เค้าคงรู้ว่าที่เค้าทำมันไม่ดีเลย
การจิกหัวคนอื่น ต่อว่าคนอื่น มันมีแต่เสียความรู้สึกกันเปล่าๆ
 
แน่นอน ไม่ว่าเค้าจะเฉ่งอีกกี่ยกเราก็ต้องขอโทษและยอมทนฟังเค้าทุกอย่าง
แต่นั่นก็เพราะเราสำนึกในหน้าที่การงานที่เราแบกรับอยู่
ไม่ใช่การยอมรับในฐานะคนที่นับถือและเลื่อมใสกัน
 
ถ้าเราบังเอิญเดินไปเจอเค้านอกเวลางาน โดยที่ทั้งเค้าและเราต่างก็เปลี่ยนบทบาทหน้าที่ไปแล้ว
เราก็ไม่มีวันยิ้มแย้มและอยากเป็นเพื่อนกับเค้าหรืออยากรู้จักเค้ามากขึ้นอย่างแน่นอน
 
ที่ผ่านมาเรา treat เค้าแบบยอมทนทุกอย่าง เพราะเค้าคือลูกค้า
ถ้าวันนึงเราต้องกราบกรานและทำมากกว่านี้มันก็คงไม่แปลก
แต่ถ้าวันหนึ่งเค้าต้องกราบกรานและขอความร่วมมือจากเรา คงมองหน้ากันไม่ถูก
สถานการณ์คงแปลกมากๆ และเราก็คงเลวพอที่จะปฏิเสธเค้าทันที
 
ชีวิตคนเรามันปรับเปลี่ยนไปเสมอ เวลานี้เค้าอาจเป็นลูกค้าเรา แต่พอเลิกงานเราก็คือลูกค้าของเค้า
ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า ให้อภัยกัน พูดกันดีๆ
 
ไม่ใช่ว่าเราเป็นอรหันต์ที่ไม่รู้สึกอะไร เราก็มีอารมณ์โกรธและโมโหกันทุกคน
แต่อย่าให้มันรุนแรง และสร้างความบาดหมางจนความรู้สึกไม่ดีมันฝังลึกเกินไป
 
เพราะเราทุกคนต่างก็มีหลายบทบาทหน้าที่
และทุกๆ บทบาทก็ล้วนมีความเหลื่อมล้ำและกระทบกระทั่งกันได้เสมอ…
 
 
 

I have no pride July 22, 2006

Filed under: Organizations — kasamav @ 6:12 pm
เบื่อการทำงานที่ไร้เกียรติและศักดิ์ศรีนี่มากๆ เลย
วันๆ มีแต่คนจิกหัวใช้ เห็นเราเป็นแค่เครื่องมือให้ตัวเองได้หน้า
พวกรับแต่ความชอบ แล้วคอยปัดความผิดมาให้คนอื่นนี่
มันมีอยู่ในทุกเชื้อชาติทุกภาษาเลยจริงๆ
 
เวลางานสำเร็จมันแสล๋นเสนอหน้ากันมาเป็นแถบ
แต่ถ้า fell ก็มีแต่กรูนี่แหละ ร้องไห้คนเดียว
โดนด่าคนเดียว และกดดันกันต่อไปทุกวัน
 
เมื่อไหร่จะออกไปพ้นวังวนนี่ซะทีนะ
ทำไมทุกคนถึงอยากให้ทนอยู่
เงินมันสำคัญมากนักหรือไง?
เมื่อก่อนได้เงินน้อยกว่านี้ก็อยู่ได้ มีความสุขกว่าด้วย
 
ก็รู้นะว่าอย่าไปเครียด
แต่ช่วยเห็นหัวกันหน่อยได้มั้ย
ทำงานเต็มที่ ทำอย่างทุ่มเท
แต่พองานสำเร็จไอ้พวกที่ไม่ได้ทำมันไม่มีเอ่ยถึงกันซักคำ
แล่นไปรับหน้าหยั่งกับทำมาเองกับมือ
ไม่ละอายใจบ้างหรือไง?
 
ก่อนจะไปตกลงกับลูกค้าช่วยถามคนทำงานหน่อย
ว่าทำได้หรือเปล่า?
ไม่ใช่ไปตกลงกับเค้าแล้วมากดดันกันทีหลัง
ไม่ใช่เทวดาที่ทำได้ทุกอย่างนะ
ไม่รู้ก็ถาม อย่าทำเป็นรู้ดีแล้วไปบอกลูกค้าผิดๆ
กรูเบื่อเต็มทีแล้วนะเว้ย
 
 

จะให้เรียนกันไปถึงไหน? July 2, 2006

Filed under: Organizations — kasamav @ 7:47 pm
วันนี้ไปสังเกตการณ์การอบรมเจ้าหน้าที่สาขาที่สำนักงานพระราม 3
เจอพวกวัดคนที่เกียรตินิยมอีกแล้ว
ถ้ารู้ว่ามีคนงี้อยู่เยอะจะตั้งใจเรียนมากกว่านี้
พ่อแม่เราสั่งสอนตลอดว่าให้ทำกิจกรรมมากๆ
แล้วไอ่เราก็ไม่เคยรักเรียนเล้ย
เรื่องเที่ยวนี่ ไปไหนไปกัน เรื่องเรียนเป็นรองตลอด
ตอนเอ็นท์ติดพุ่งไปบอกแม่เป็นอย่างแรกเลยว่า
"ไม่เรียนต่อแล้วนะแม่ เต็มที่ได้แค่ ป.ตรีนี่แหละ
แม่ไม่ว่าใช่มั้ย ถ้าจะไม่มีลูกเป็นดร.?"
 
แต่เอ๊ะ… ทำไมพอมาทำงานเจอแต่ผู้ใหญ่ถามว่า จบที่ไหนมา?
เรียนคณะอะไร เกรดเท่าไหร่ ได้เกียรตินิยมรึเปล่า
"เออ น้องที่ลาออกไปน่ะ เค้าเก่งมากเลยนะ จบมาเกรดตั้ง 3.9 แน่ะ"
อือ… แล้วไงล่ะ ก็เค้าก็มาเทรนกับเรานี่นะ
มาเรียนรู้วิชาจากคนที่ไม่มีเกียรตินิยม
พอเค้าได้ know how แล้ว เค้าทิ้งองค์กรห่วยๆ นี่ไป
 
ทำไมวันๆ เจอแต่พวกที่ดีแต่เรียน ทำงานไม่เป็น
หรือไม่ก็ดีแต่เรียน พฤติกรรมประหลาดวะ?
 
เคยบอกแม่ว่า ชักอยากเรียนป.โทกะเค้ามั่งแล้ว
แม่ถามว่า "จะเรียนไปทำอะไรล่ะ?"
เราก็งง เอ๊ะ… นั่นสินะ เราจะเรียนไปทำอะไรดี
แล้วจะเรียนวิชาอะไร เพื่ออะไร?
เรียนเพราะอยากได้เงินเดือนมากขึ้นเหรอ?
ก็เปล่า บอสัดเราไม่ใช้ระบบราชการ
"อ้าว แล้วจะเรียนไปทำอะไรล่ะ?
จะทำอะไรก็ต้องมีเป้าหมายสิลูก"
อืม… เรียนเพราะใครๆ เค้าก็เรียนกันน่ะแม่
แล้วเค้าก็ชอบถามด้วย ว่าทำไมไม่เรียนต่อล่ะ?
 
 
ใครตอบได้ ช่วยบอกหน่อย
 
เพราะคนที่จบโทมาก็ทำงานไม่ต่างจากที่เราทำอยู่เลย
หลายคนทำงานไม่เป็นซักอย่าง ต้องมาเรียนรู้งานจากเรา
หลายคนไม่ได้ใช้วิชาที่เรียนมาเลย
พ่อของเพื่อนจบป. 4 ขายของรวยจนส่งลูกเรียนเมืองนอกได้ทุกคน
 
ใครมีเหตุผลดีๆ ช่วยบอกหน่อยว่า ทำไมยุคนี้ ใครๆ ถึงต้องเรียนต่อกันด้วย?
 
 

Mark was fire June 8, 2006

Filed under: Organizations — kasamav @ 9:48 pm
เคยมั้ย? แบบว่าตื่นเช้าไปทำงาน
say hello กับเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศ
นั่งทำงานอยู่ดีๆ นายก็มาเรียก บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย
นึกในแง่ดี สงสัยผลงานที่ทำมาจะส่งผลบุญได้เงินเดือนขึ้น
แต่ปรากฎว่าเค้าเชิญออก บอกว่ามีการปรับโครงสร้างการทำงาน
เลยไม่มีตำแหน่งให้คุณอีกต่อไปแล้ว…
 
ทำงานบริษัทเอกชน มันช่างโหดร้ายจริงๆ
พอเห็น Mark โดนแบบนี้ เรางงไปเลย
มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?
อยู่ดีๆ ไม่ได้ทำไรผิดก็ตกงานได้
 
หลังจากร้องไห้ร่ำลากันแล้ว พวกเราเลยนัดดื่มกันตอนเย็น
ความผูกพันระหว่างเจ้านายกับลูกน้องมันไม่มีเลยหรือไงนะ?
เฮ้อ… เราขอไว้อาลัยให้นายนะ Mark
 
แต่คิดในอีกแง่นึง Mark อาจจะโชคดีก็ได้
ที่ไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว หวังว่าเค้าจะได้งานที่ดีกว่าเก่า
และขออย่าให้เหตุการณ์แบบเกิดขึ้นอีกเลย
มันแย่จิงๆ … นะ