Kasama Vidhayasai

i'm strong on the surface, not all the way through…

Chocolate Cysts อื้ม…อาหย่อย January 20, 2007

Filed under: Health and wellness — kasamav @ 7:42 pm
 
โอ๊ะ โอ๋! อยู่ดีๆ ก็หาเรื่องไปเสียตังค์ 15,000 ตรวจร่างกายแบบทะลุทะลวง
แถมเจอของดีในมดลูก ชื่อฟังดูน่าอร่อย กินเข้าไปคงซี้ดน่าดู
 
"Chocolate Cysts" คือชื่อเล่นของ Ovarian Cysts
หรือการมี Endometriomas (ถุงน้ำ) ที่รังไข่ (Endometriosis of the ovaries)
เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ไม่มีใครรู้สาเหตุที่เกิดความผิดปกติเลยตรวจวินิจฉัยได้ยาก
Chocolate Cysts มักจะโตขึ้นแต่ไม่โตเร็ว โอกาสกลายเป็นมะเร็งหรือเนื้องอกเลยน้อย
 
คิดๆ ดูแล้ว มันเป็นโรคเดียวกับที่ พี่หน่อย บุษกรแฟน พี่เคน ธีรเดชสุดหล่อขวัญใจของเราเป็นนี่หว่า
กรี๊ดดด ได้เป็นโรคเดียวกับแฟนเค้าด้วย งี้รับนู๋เป็นแฟนอีกคนได้มั้ยคะพี่เคน?
 
คนที่มี Chocolate Cysts มักจะปวดหน่วงท้องน้อย เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย ปัสสาวะผิดปกติ (อาการที่กุเป็นท้างน้าน)
การรักษาในกรณีที่อายุน้อย (28 ก็ยังน้อยอยู่นี่นะ) จะต้องใช้การผ่าตัดเพื่อเลาะถุงน้ำออก
แต่โอกาสเกิดเป็นอีกมีได้ภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี 
การให้ยาจะทำให้ถุงน้ำเล็กลงได้บ้าง แต่ไม่สามารถทำให้ยุบลงหมด
 
แหะๆ ด้วยเหตุฉะนี้ เราเลยยังไม่ตัดสินใจผ่าออก (ใจเสาะฮ่ะ)
ขอรอดูอีก 4 เดือนว่ามันโตขึ้นมั้ย จากตอนนี้เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เซ็นต์ครึ่ง
(ดูจากภาพ 3D มันเป็นลูกกลมๆ น่ารักเหมือนหัวปิงปองเยย)
 
เพราะถ้ามันไม่โตขึ้น ก็คงไม่อันตรายมาก
ไม่ต้องรีบผ่า มีเวลาทำใจอีกซักพักแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะกำจัดจุดอ่อน
หรือเก็บมันไว้แล้วทนทรมานกับอาการอื่นๆ ต่อไป พร้อมกับโอกาสมีลูกที่ริบหรี่
 
ที่สำคัญที่ซู๊ดคือ Chocolate Cysts มีผลต่อการมีลูกนี่แหละ 
หมอบอกว่า ถ้าผ่าตัดเอา Cyst ออกแล้ว
ควรรีบมีลูกภายใน 5 ปี ไม่งั้นมันจะเป็นพังผืดและมีก้อน Cysts ขึ้นมาอีก
ซึ่งทำให้ต้องผ่าอีกรอบ และถ้ายังไม่มีลูก มันก็จะเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ
 
สรุปแล้ว หมอบอกว่าวิธีรักษาที่ดีที่สุด คือ ต้องรีบแต่งงานมีลูก
โอ้ววววว จอร์จ มันยอดมาก
ถ้ากุมีพ่อของลูกรอทำอยู่แล้วก็เจ๋งอ่ะดิ
 
ไม่มีตังค์ให้หมอแหกท้องบ่อยๆ หรอกนะเคอะ
แค่สแกนทั้งตัวแถมตรวจภายในก็อายจะแย่   
 
ทำไงดีวะกู???
อยากหายเร็วๆ แต่เนื้อคู่ยังไม่มาจุติ
ประกาศหาพ่อมาทำลูกดีก่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
 
WANTED
Single man with experience
I need to get pregnant in five years!!!
 
  

Advertisements
 

Payathai Hospital

Filed under: Health and wellness — kasamav @ 10:45 am
 
 
Have appointment with the doctor this noon…
 
Let’s see what’s that ‘thing???’ from the scan last week.
 
 
 
Don’t wanna fall into a faint again.
 
Apart from the six kilos, don’t wanna loose more weight. 
 
 
Don’t wanna have operation…
 
Wish me luck!
 
 
 
 
 

เฮ้อ… เป็นลมดีก่า January 15, 2007

Filed under: Health and wellness — kasamav @ 6:09 pm
 
วันนี้ไปสัมภาษณ์งานที่ Girl Friday มา
อุตส่าห์ตั้งอกตั้งใจทำสอบอย่างเต็มที่
ทั้งพิมพ์ดีด เขียน essay สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ
ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ได้รับการชื่นชมจนออกนอกหน้า (กรี๊ดๆ )
 
แต่แล้ว… ขณะที่กำลังวางมาดสวย เดินลงบันไดกลับออกมา
โรคเก่าดันกำเริบเสิบสาน เป็นลมล้มลงไปดื้อๆ
ข้าวของหล่นกระจาย รู้สึกตัวอีกทีก็นั่งอยู่ที่พื้นซะแร้ว…
 
เวร จิง จิ๊ง… ทำไมต้องมาเป็นลมตอนนี้ด้วยนะ
แล้วกุจะไปเป็นเลขาฯ Executive กะเค้าได้มั้ยเนี่ย???
แอร์ เออ ก็ถ้าจะไม่ต้องเริ่มสมัครเลย
 
ฮือๆ ทามมายเกิดมาซวย เป็นลมไม่ถูกเวลาซะเรื่อยเลย
ประสบการณ์เป็นลมที่เคยเกิดขึ้นล้วนไม่น่าประทับใจ…
 
ตอนปี 1 เป็นลมขณะกำลังใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้ที่บ้าน
รู้สึกตัวอีกทีก็นอนอยู่ (คนเดียว) ข้างกระสอบปุ๋ย
หัวหูมีแต่ดินและหญ้า หน้าก็เปื้อนปุ๋ยหมักไปแถบนึง… สารรูปดูไม่ด๊าย
 
ประสบการณ์ครั้งต่อมาอยู่ในห้องนอน (คนเดียว… เช่นเคย)
ยกกระเป๋ากลับจากไปแคมปิ้ง
พอมาถึงห้องก็วูบไปงั้น
รู้สึกตัวอีกที นอนหัวโนอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า เลยปัญญาอ่อนมาถึงทุกวันนี้…
(คาดว่าอาจเป็น side effect จากการลื่นฉี่ตัวเองสลบตอน 5 ขวบ ต้องให้หมอเย็บหนังหัวไป 3 เข็มด้วย ฮ่าๆๆ เพี้ยนแต่เด็กเลยกู)
 
เหตุการณ์นอกเหนือจากที่จำได้ก็ยังรักษา concept เป็นลมเมื่ออยู่คนเดียวเสมอมา
ทั้งในห้องน้ำ บันไดหอ ระเบียงบ้าน ประตูรั้ว ฯลฯ
ทั้งๆ ที่อุตส่าห์ลุ้นมาตลอด 28 ปี ว่าเมื่อไหร่เราจะได้เป็นลมล้มลงในอ้อมกอดของชายอันเป็นที่รักบ้าง
มันก็ไม่เค้ย ไม่เคย…
 
เจอผู้ชายทีไร เลือดลมสูบฉีด กะปรี้กะเปร่าตาใสขึ้นมาทันทีแบบว่าควบคุมตัวเองไม่ได้
อาการมือสั่น หายใจหอบ หน้ามืดเป็นครั้งคราวจะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อมีอาการหื่นเข้ามาแทนที่
 
ด้วยเหตุฉะนี้เลยไม่เคยบอกใครถึงอาการบ้าๆ บอๆ ทางร่างกายเหล่านี้
กลัวโดนประนาม… หาว่าบ้าผู้ชาย (ซึ่งเป็นความจริงที่สุด) ฮ่าๆๆ
หรือว่า… ที่หน้ามืดเป็นลมนั้น จะเกิดขึ้นเพราะขาดผู้ชาย… เซ็กส์เสื่อม…
กรี๊ด… ช่วยด้วย
 
 
 
 

Quarter-life Crisis January 9, 2007

Filed under: Health and wellness — kasamav @ 7:44 pm
 
I often go out with the man that I know he is not ‘my type’.
A few of my good male friends said they are interested in me…
 
At the same time, I’m interested in a good male friend who never says he likes me.
To protect myself from ‘the broken-heart crisis, I was being quite nasty to him.
I did what a man hates and I disappointed him.
 
This is a crazy world…
How can a girl likes someone she knows very little?
Why not marrying a good man that loves her?
 
ไม่นานมานี้ ได้อ่านเรื่อง Quarter-life Crisis ใน Space ของเพื่อนแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองก็กำลังประสบกับภาวะนี้
และคงจริงอย่างที่หมอดูบอก คนธาตุดิน ราศีกันย์ เป็นพวกเครียดง่าย ต้องการให้ทุกอย่างลงตัวตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า
 
เราจะอยู่กับคนที่เราไม่คิดว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันได้ไปทำไม?
อย่าเสียเวลาดีกว่า ลองอยู่คนเดียวบ้างไม่เห็นเป็นไร
เพื่อนมีเยอะแยะ
 
ไปมองมันอยู่ทำไม ถ้ามันไม่ได้ชอบเรา
เสียเวลาจริงๆ หันหลังวิ่งหนีออกมาห่างๆ มันไว้
หนีไปไกลๆ ดีกว่า จะได้ลืมมันเร็วๆ
 
หางานใหม่ เข้มแข็งเข้าไว้ Quarter-life Crisis อาจจะมาเร็วกว่าคนอื่น
แต่เรายังมีเพื่อนอยู่ ดีซะอีก จะได้เอาประสบการณ์ไปบอกให้เพื่อนเตรียมตัวรับมือ
Enjoy life ให้สุดๆ คิดมากทำไม? ผู้ชายดัๆ มีเยอะแยะ แต่เราไม่เห็นต้องแต่งงานกับคนดีทุกคนนี่นะ
 
อยากรักคนเลวก็รักไป ถ้าเค้าดีเกินไปก็รีบหนี
มี คนที่ใช่หรือเปล่าคงต้องแล้วแต่โชคชะตา
 
I believe in destiny…
 
 
 
A Quarter-life crisis is a term applied to the period of life immediately following the major changes of adolescence, usually ranging from the ages of 21 – 29. It is now recognised by many therapists and professionals in the mental health field.
 
Characteristics of this crisis are:
  • feeling "not good enough"
  • frustration with relationships, the working world, and finding a suitable job or career
  • confusion of identity
  • insecurity regarding the near future
  • insecurity regarding present accomplishments
  • re-evaluation of close interpersonal relationships
  • disappointment with one’s job
  • nostalgia for university life
  • tendency to hold stronger opinions
  • boredom with social interactions
  • financially-rooted stress
  • loneliness
  • desire to have children
  • a sense that everyone is, somehow, doing better than you
These emotions occur shortly after a young person – usually an educated professional, enters the "real world". After entering adult life and coming to terms with its responsibilities, some individuals find themselves in a world of career stagnation and extreme insecurity. The real world is tougher, more competitive and less forgiving than they imagined.
 
As the emotional ups-and-downs of adolesence and college life subside, many in the quarter-life crisis experience a "graying" of emotion. While emotional interactions may be intense in a high school or college environment – where everyone is roughly the same age and hormones are highly active – these interactions become subtler and more private in adult life. This secrecy intensifies the problem.
  
 
 
  From Wikipedia, the free encyclopedia
 
 
 

รักพ่อที่สุด October 1, 2006

Filed under: Health and wellness — kasamav @ 11:55 am
เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล ไปดูแลพ่อมาอาทิตย์กว่าๆ
รู้แล้วว่า หน้าที่การงานอะไรก็ไม่สำคัญเท่าชีวิตของพ่อ…
 
เช้าวันเกิดเรา พ่อกับแม่โทรมาอวยพรด้วยน้ำเสียงร่าเริง
"มีความสุขมากๆ นะลูก พ่อกับแม่คิดถึงนะ"
 
หนึ่งชั่วโมงต่อมา แม่โทรมาบอกว่า "พ่อเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้อยู่ห้อง CCU"
เรางงมากๆ ก็เมื่อกี้ยังคุยกันอยู่เลย แม่ก็งงเหมือนกัน
ตลอดเวลา 28 ปีที่เราลืมตาดูโลก พ่อเราไม่เคยป่วยเลย พ่อแข็งแรงเสมอ
พ่อมักจะพาแม่และลูกๆ ขับรถขึ้นเขา เดินป่า ดูนก เที่ยวน้ำตก พิชิตยอดดอย
เวลามีใครมาบอกว่าอยากไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ เราภูมิใจเสมอที่พ่อเคยพาเราไปมาหมดแล้ว
 
ตอนเดินเข้าไปเยี่ยมพ่อในห้อง เราน้ำตาจะไหล ภาพของคุณตาที่นอนป่วยย้อนกลับมาในหัว
นี่มันถึงเวลาที่เราต้องดูแลพ่อแล้วนี่นา พ่อเราไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน
พ่ออายุมากแล้ว จริงสินะ ช่วง 2 – 3 ปีมานี่ พ่อก็เริ่มมีไข้และเป็นหวัดบ้างแล้ว ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน
 
ตอนนี้เราไม่รู้ว่าจะมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทำไม
ทั้งๆ ที่เราเคยสัญญากับตัวเองว่าจะเรียน มช. เหมือนพ่อกับแม่ และทำงานอยู่ใกล้ๆ คอยดูแลท่าน
อุดมการณ์ที่เราเคยมีถูกลืมไปเพราะเงิน
 
พ่อกับแม่บอกเสมอว่าภูมิใจที่ลูกก้าวหน้า มีงานทำดีๆ
แต่สำหรับเรา ที่ทำงานเก็บเงินอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อพ่อแม่ทั้งนั้น
เราซื้อคอนโดเพราะอยากให้พ่อแม่มาอยู่ด้วยเวลามาหาเรา
เราส่งเงินให้พ่อแม่เพราะอยากให้ท่านเก็บไว้ใช้เวลาเกษียณ
วัตถุพวกนี้จะไม่มีค่าอะไรเลยถ้าไม่มีท่านอยู่
 
ก่อนหน้านี้ MD มาบอกเราว่า เราต้องลางานบ้างนะ เพราะวันลาเราเหลือเยอะกว่าใครๆ
เรางง กลับมานั่งคิด… ทำไมเราไม่ไปหาพ่อแม่บ่อยๆ นะ?
พ่อกับแม่ชอบบอกให้เราทำงานให้ดีๆ ให้คุ้มกับที่เค้าเลือกจ้างเรา
 
แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่า หน้าที่การงานพวกนี้มันไม่สำคัญเลย
เราอยากให้พ่อกับแม่อยู่กับเราไปอีกนานๆ
อยากให้ท่านภูมิใจและคอยให้กำลังใจเราอย่างนี้
ถึงวันนี้พ่อจะไม่แข็งแรงเหมือนก่อน แต่เราจะดูแลพ่อมากขึ้น เราจะไปหาท่านบ่อยๆ
และเรามีเป้าหมายในชีวิตแล้วว่า เราจะทำอะไร เพื่อใคร
เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่า ชีวิตของพ่อกับแม่สำคัญที่สุด และเรารักพ่อมากที่สุด
 
 
 

เราได้อะไรจากการขึ้นเงินเดือน? June 26, 2006

Filed under: Health and wellness — kasamav @ 12:30 am
งานท่วมหัว ทุกอย่างเบิ้ลสอง ไม่ได้โงหัวจากคอมพิวเตอร์ ไม่มีแม้แต่เวลาจะลุกไปห้องน้ำ คอยบอกตัวเองว่า อีกนิดน่า ห้องน้ำไม่หนีไปไหนร้อก
 
จดจ่ออยู่กับงานตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะทำไม่ทัน อารมณ์ขันหดหาย ความรื่นรมย์ในชีวิตลดฮวบ
 
เอางานกลับมาทำบ้าน เวลานอนน้อยลง พอล้มตัวลงนอนสมองก็คิดเรื่องงานที่ต้องทำพรุ่งนี้ ลำดับก่อนหลัง งานไหนสำคัญกว่า
 
หน้าโทรม เป็นสิว เป็นแผลร้อนใน เหนื่อยจนขี้เกียจจะทาครีมบำรุง ลืมไปแล้วว่าจะสวยไปทำไม
 
สุขภาพอ่อนแอ ไม่สามารถแบ่งเวลาไปฟิตเนสได้ กินหน้าคอม ทำงานไปด้วย เสียดายตังค์ค่าสมาชิกชิบโป๋ง
 
ตัวอ้วน ตูดใหญ่ ใจไม่สบาย ประสาทจะกินแล้วโว้ย
 
…..
 
 
 
ไม่อยากให้ใครๆ มาคาดหวัง
 
อย่าบอกเราว่า มันต้องเป็นหยั่งงั้นหยั่งงี้
 
อย่าเอาตัวเองเป็นมาตรวัดได้ไหม
 
เปิดใจให้กว้าง ยอมรับคนแบบอื่นบ้าง
 
ทำไมเลือกสนิทสนมแต่กับคนแบบเดียวกัน
 
ลองศึกษาคนหลายๆ แบบ จะเข้าใจโลกมากขึ้นนะ