พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา…
หลังจากที่ตาธี (สุธี ประศาสน์วินิจฉัย) เสียชีวิตไปกว่าสองปีแล้ว
เราก็เพิ่งได้ฤกษ์หยิบหนังสือ “จาริกบุญ จาริกธรรม”
ธรรมบรรณาการอนุสรณ์ที่แจกในงานพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ของท่านมาเปิดดู
โดยก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาทางธรรม มีประวัติย่อในการทำงานของท่านแสดงไว้ด้วย
คุณตาแท้ๆ ของเรา (สุปรีดา ประศาสน์วินิจฉัย) ซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กในบรรดาพี่น้อง ๑๐ คน ท่านเสียไปก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว
เราเลยไม่ค่อยได้พบปะสังสรรค์กับญาติทางฝั่งแม่มากนัก
แต่ในงานสวดอภิธรรมศพของตาธีที่บ้านซอยราชครู เราเห็นพวงหรีดมากมายทั้งจากเจ้านายแทบทุกพระองค์
รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน เราถึงเข้าใจความหมายที่แท้จริงของกาพย์ด้านบน
เพื่อนเราหลายคนรวมทั้งตัวเราด้วย มักมีคำถามว่าเราจะทำดีไปทำไม เกียรติยศมันกินไม่ได้
ยุคนี้ไม่มีแล้วคนที่ทุ่มเทสร้างสมคุณงามความดีเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของตระกูล
คำพูดที่เราได้ยินบ่อยๆ คือ “แค่เอาตัวเราให้รอดก็พอแล้ว”
เราเข้าใจและเห็นว่ามันก็จริงอยู่
แต่เมื่อเราไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพของตาธีแล้ว
เราจึงเริ่มเข้าใจการปลูกฝังทางความคิดที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา
ราชทินนามอาจไม่สำคัญนักในยุคที่คนวัดคุณค่ากันที่เงินและวัตถุ
แต่สำหรับคนในตระกูลนั้นมันคือความภาคภูมิใจชั่วลูกชั่วหลาน
เราอาจไม่ได้มีส่วนร่วมใช้นามสกุลของแม่
แต่เราก็ยินดีที่บรรพบุรุษของเราทั้งทางพ่อและทางแม่ ต่างสร้างแต่คุณความดีไว้ให้ลูกหลานได้ภูมิใจ
หน้าที่ของเราคือรักษามันไว้ให้ดีและพยายามเสริมสร้างคุณความดีนี้ไว้ต่อไป
มันคือคำตอบของการทำดีที่เราไม่เข้าใจมาตลอด
คนอื่นอาจจะรู้หรือไม่รู้ว่าเราทำอะไรบ้าง
แต่ผลจากการกระทำของเราจะถูกจารึกไว้เมื่อเราจากไป
คนจะจดจำเราแบบไหนขึ้นอยู่กับการกระทำของเราเอง…















